ข้อมูล ประวัติ สโมสร ลิเวอร์พูล (Liverpool)

ข้อมูล ประวัติ สโมสร ลิเวอร์พูล (Liverpool)

ชื่อเต็ม : Liverpool Football Club
ฉายา : The Reds ( หงส์แดง )
ก่อตั้ง : ค.ศ. 1892
สนาม แอนฟิลด์ ( ความจุ 45,362 คน )
ที่ตั้ง : ลิเวอร์พูล
ประธานสโมสร : มาร์ติน บรอฟตัน
ผู้จัดการทีม : รอย ฮ็อดจ์สัน

ประวัติสโมสร

จอห์น โฮลดิ้ง นักธุรกิจชาวเมืองลิเวอร์พูลได้เช่าพื้นที่บริเวณ แอนฟิลด์ โรด เพื่อใช้สร้างสนามฟุตบอล และเมื่อสร้างเสร็จได้ให้สโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตัน เช่าเป็นสนามแข่ง และเมื่อทีมเอฟเวอร์ตันได้เข้าสู่สมาชิกฟุตบอลลีก จอห์น โฮลดิ้ง พยายามจะเข้าไปบริหารงานในทีมเอฟเวอร์ตันและได้เพิ่มค่าเช่าสนามที่ทีมได้เช่าอยู่ ฝ่ายกลุ่มบริหารของเอฟเวอร์ตันจึงยกเลิกสัญญาเช่าสนาม และทีมเอฟเวอร์ตันได้ย้ายสนามไปอีกฝากของสวนสาธารณะ สแตนลี่ย์พาร์ค เพื่อไปสร้างสนามเป็นของตัวเองโดยใช้ชื่อสนามว่า กูดีสันพาร์ก ดังนั้น จอห์น โฮลดิ้ง จึงต้องการสร้างทีมฟุตบอลขึ้นมา และ จอห์น โฮลดิ้ง จึงไปชวนเพื่อนสนิทของเขาชื่อ จอห์น แมคเคนน่า มาทำหน้าที่ประธานสโมสรและได้ตั้งชื่อทีมฟุตบอลนี้ว่า Liverpool Football Club

ยุคก่อตั้งสโมสร
หลังจากที่สโมสรลิเวอร์พูลก่อตั้งได้ไม่นาน ได้จัดการแข่งขัดนัดอุ่นเครื่อง ซึ่งเป็นการลงสนามนัดแรกของทีมลิเวอร์พูลกับทีมร็อตเตอร์แฮม ซึ่งผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีมลิเวอร์พูลชนะไปด้วยผลการแข่งขัน 7-1 และลิเวอร์พูล ได้ลงแข่งขันฟุตบอลลีกของแคว้น แลงคาเชียร์ ปรากฏว่าลิเวอร์พูลลงแข่งทั้งหมด 22 นัด ชนะ 17 นัด และได้แชมป์ไปครอง ส่งผลให้ทางสโมสรสามารถสมัครเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกซึ่งได้รับการยอมรับและถูกคัดเลือกให้ลงเล่นในดีวิชั่น 2 ในฤดูกาล 1893-1894 สโมสรจึงได้เลือกสัญลักษณ์ของทีมเป็น นกลิเวอร์เบิร์ด (Liverbird) ซึ่งเป็นนกแถบทะเลไอริช บริเวณแม่น้ำเมอร์ซี่ย์ โดยที่ปากนกคาบใบไม้ไว้ ทีมลิเวอร์พูลได้ลงทำการแข่งขันอย่างเป็นทางในฟุตบอลลีก ดิวิชั่น 2 ในวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1893 โดยทีมลิเวอร์พูลออกไปเยือนทีมมิดเดิลสโบรซ์ ไอโรโนโปลิส และทีมลิเวอร์พูลสามารถได้แชมป์มาครองโดยที่ไม่แพ้ทีมใดเลยตลอดทั้งฤดูกาล (ทั้งหมด 28 นัด) แต่การคว้าแชมป์ลีกดิวิชั่น 2 ในตอนนั้นยังไม่ได้เลื่อนชั้นโดยทันที ต้องไปแข่งนัดชิงดำกับทีมอันดับสองก่อน โดยทีมอันดับสองในขณะนั้นคือ ทีมนิวตัน ฮีธ (ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในปัจจุบัน) และลงแข่งขันที่สนามของทีมแบล็คเบิร์น ซึ่งทีมลิเวอร์พูลเอาชนะทีมนิวตัน ฮีธไปด้วยผล 2-0 และได้เลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1 ในที่สุด

ความรุ่งโรจน์ของสโมสร
สโมสรลิเวอร์พูลก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2435 และก้าวขึ้นมาเป็นสโมสรแนวหน้าของอังกฤษอย่างรวดเร็วจนประสบความสำเร็จเป็นแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศครั้งแรกในปี พ.ศ. 2444 (ฤดูกาล 1900/01) และครั้งที่สองในปี พ.ศ. 2449 (ฤดูกาล 1905/06) ครั้งที่ 3 และ 4 เป็นแชมป์สองฤดูกาลติดใน พ.ศ. 2465 กับ พ.ศ. 2466 (ฤดูกาล 1921/22 กับ 1922/23) แชมป์ลีกสูงสุดครั้งที่ 5 คือปี พ.ศ. 2490 (ฤดูกาล 1946/47) อย่างไรก็ตามลิเวอร์พูลพบกับช่วงตกต่ำต้องไปเล่นในในดิวิชัน 2 ในพ.ศ. 2497 (ฤดูกาล 1953/54) ภายหลังจึงได้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสโมสรในปี พ.ศ. 2502 สโมสรได้แต่งตั้ง บิลล์ แชงค์ลีย์ เป็นผู้จัดการทีม
บิลล์ แชงค์ลีย์ได้เปลี่ยนแปลงทีมไปอย่างมาก จนประสบความสำเร็จได้เลื่อนชั้นในปี พ.ศ. 2505 (ฤดูกาล 1961/62) และได้แชมป์ลีกสูงสุดของประเทศอีกครั้งใน พ.ศ. 2507 (ฤดูกาล 1963/64) หลังจากรอคอยมานานถึง 17 ปี บิลล์ แชงค์ลีย์คว้าแชมป์ เอฟ เอคัพเป็นถ้วยแรกของสโมสรลิเวอร์พูลในปี พ.ศ. 2508 (ฤดูกาล 1964/65) และคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 อีกครั้งในฤดูกาลต่อมา พ.ศ. 2509 (ฤดูกาล 1965/66) ความสำเร็จของแชงค์ลีย์ยังเดินหน้าต่อไป เมื่อลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ พร้อมแชมป์ดิวิชั่น 1 ใน พ.ศ. 2516 (ฤดูกาล 1972/73) และเอฟ เอ คัพ อีกครั้งใน พ.ศ. 2517 (ฤดูกาล 1973/74) หลังจากนั้นบิลล์ แชงค์ลีย์ขอวางมือจากสโมสร โดยให้ผู้ช่วยของเขาสืบทอดตำแหน่ง ผู้จัดการทีมแทน นั่นคือ บ็อบ เพสส์ลี่

ปัญหาภายใน
สโมสรต้องประสบกับความซบเซาในช่วงหนึ่งหลังจากได้แชมป์ลีกสูงสุดในปี พ.ศ. 2533 คือได้เพียงเอฟ เอคัพ 1 ใบ ปีพ.ศ. 2535 กับลีก คัพ 1 ใบในปี พ.ศ. 2538 แต่ก็ฟื้นฟูขึ้นมาได้เมื่อพวกเขาสามารถคว้าแชมป์บอลถ้วยทั้งในระดับประเทศและระดับทวีปถึง 3 แชมป์ (คาร์ลิ่ง ลีก คัพ, เอฟเอคัพ รวมทั้งยูฟ่า คัพ) ได้ในปี พ.ศ. 2544 (ฤดูกาล 2000/01) ในปี 2544 ลิเวอร์พูลยังคว้าถ้วยยูฟ่า ซูเปอร์คัพที่เอาชนะบาร์เยิร์น มิวนิค แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยน ลีกในปีนั้น รวมทั้งเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่ปรับตัวฉกาจในถ้วยแชริตี้ ชิลด์ก่อนเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ ลีกเป็นปีที่หอมหวานปีหนึ่งของกองเชียลิเวอร์พูล นักเตะสำคัญยุคนั้นได้แก่ ไมเคิล โอเว่น, เอมิล เฮสกี้, สตีเว่น เจอร์ราร์ด,ซามี่ ฮูเปีย และยอร์น อาร์เน่ รีเซ่ เป็นต้น ทีมชุดนี้ผู้จัดการทีมคือ เชราร์ อุลลิเยร์ ชาวฝรั่งเศส ผลงานเป็นชิ้นเป็นอันส่งท้ายของอุลลิเยร์คือการนำทีมลิเวอร์พูลชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 ในนัดชิงฟุตบอลลีกคัพ พ.ศ. 2546 (ฤดูกาล2002/03)
แชมป์ที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งของลิเวอร์พูลคือปี 2548 ชนะในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกเป็นครั้งที่ 5 ของสโมสร ซึ่งเป็นการแข่งขันที่ตื่นตาตื่นใจครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์บอลยุโรป เมื่อลิเวอร์พูลไล่ตีเสนอทีมเอซี มิลาน เป็น 3-3 ทั้งที่โดนยิงนำไปก่อนถึง 3-0 และในที่สุดคว้าแชมป์มาได้จากการยิงจุดโทษชนะ 3-2 เป็นทีมจากอังกฤษที่ครองถ้วยยูโรเปี้ยน คัพ (ปัจจุบันคือ ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก) มากครั้งที่สุดถึง 5 สมัย ผู้เล่นที่สำคัญในยุคนั้น อาทิ สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ซาบี้ อลอนโซ่, ดีทมา ฮามันน์, วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์, เจอร์ซี่ ดูเด็ค และเจมี่ คาราร์เกอร์ คุมทัพโดย ผู้จัดการทีมสัญชาติสเปน ราฟาเอล เบนิเตซ
ในฤดูกาลต่อมา พ.ศ. 2549 (ฤดูกาล 2005/06) ลิเวอร์พูลข

องเบนิเตซทำให้แฟนบอลต้องลุ้นอีกครั้ง ในนัดชิงเอฟเอคัพ เมื่อต้องอาศัยลูกยิงมหัศจรรย์ของ สตีเว่น เจอร์ราร์ดในช่วงทดเวลาบาดเจ็บตีเสมอทีมเวสต์แฮมคู่ชิงแชมป์ในปีนั้นทำให้เสมอกันที่ 3-3 ต้องตัดสินแชมป์ด้วยการยิงจุดโทษอีกครั้ง และลิเวอร์พูลก็สามารถชนะไปได้ 3-1 เป็นแชมป์สำคัญรายการล่าสุดที่ลิเวอร์พูลทำได้
แต่รายการที่แฟนบอลต้องการมากที่สุดคือแชมป์ลีกของประเทศ หรือพรีเมียร์ลีกในปัจจุบัน ซึ่งปีล่าสุดที่ลิเวอร์พูลคว้ามาได้คือ พ.ศ. 2533 (ฤดูกาล 1989/90) จากการคุมทีมของเคนนี ดัลกลิช ซึ่งต่อมาภายหลังดัลกลิชสามารถนำแบล็คเบิร์นค้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในปี พ.ศ. 2538 (ฤดูกาล 1994/95)สนามของโมสร
สนามปัจจุบันของสโมสรคือ แอนฟิลด์ มีความจุ 45,362 คน ในขณะเดียวกันสนามใหม่กำลังถูกวางแผนก่อสร้างในชื่อ สนามสแตนลีย์พาร์ก ความจุประมาณ 60,000 อยู่ในระหว่างการเจรจาระหว่างเจ้าของและทางเอชเคเอส สำนักงานสถาปนิกอเมริกันสมญานาม เดอะ ค็อป
เดอะ ค็อป เป็นชื่อที่ใช้เรียกตามชื่อของเนินเขาแห่งหนึ่งใน นาทาล ประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งคนท้องถิ่นจะรู้จักกันในนาม สปิออน ค็อป โดยเกิดเหตุการณ์การทำสงครามบัวร์ขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1900 อังกฤษได้ส่งทหารไปกว่า 300 นาย โดยส่วนใหญ่เป็นชาวเมืองลิเวอร์พูล แต่แล้วในสงครามนั้นเกิดเหตุการณ์น่าเศร้าขึ้นคือ อังกฤษได้เสียทหารไปเกินกว่าครึ่ง เพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น นักข่าวกีฬาของหนังสือพิมพ์ลิเวอร์พูลเดลี่โพสต์ ชื่อ เออร์เนสต์ เอ็ดเวิร์ตส์ จึงเสนอชื่อ สปิออน ค็อป ตามชื่อของเนินเขาลูกนั้น เป็นชื่อของอัฒจันทร์หลังประตูในการสร้างสนามใหม่ขึ้นมา เพื่อเป็นเกียรติในความกล้าหาญของทหารอังกฤษทั้ง 300 นาย ซึ่งต่อมาอัฒจันทร์แห่งนี้ได้กลายอัฒจันทร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกของฟุตบอลแห่งหนึ่ง. ในปี ค.ศ. 1928 ได้มีการต่อเติมอัฒจันทร์แห่งนี้ใหม่ และเมื่อใดเมื่อมีการแข่งขันฟุตบอลของทีมลิเวอร์พูลขึ้น คนที่ไปดูการแข่งขันของทีมบนอัฒจันทร์จะเรียกตัวเองว่า เดอะ ค็อป (The Kop) และแล้วจากเหตุการณ์โศกนาฎกรรมที่สนามฮิลส์โบโร่ ในปี ค.ศ. 1989 ซึ่งเกิดการถล่มของอัฒจันทร์ขึ้น ในการแข่งขันฟุตบอลเอฟเอ คัพ กับ นอร์ทติ้งแฮม ฟอเรสต์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตไป 96 คน จึงมีคำสั่งให้ทุกสนามเปลี่ยนจากอัฒจันทร์ยืนเป็นแบบนั่งทั้งหมด และนั่นเป็นการปิดฉากของอัฒจันทร์ สปิออน ค็อป อัฒจันทร์แบบยืนที่มีความยิ่งใหญ่แห่งหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีอัฒจันทร์ใหม่ขึ้นมาและใช้ชื่อว่า นิว ค็อป ซึ่งความหมายต่าง ๆ ยังคงเหมือนเดิม แม้ชื่ออัฒจันทร์จะเปลี่ยนไปแล้วก็ตาม นิว ค็อป ยังคงมีกลิ่นอายของประวัติเหล่านั้นอยู่เต็มเปี่ยม

Credit : th.wikipedia.org

Timeline image

  • 1892 สโมสรลิเวอร์พูลได้ก่อตั้งขึ้น
  • 1892 ลิเวอร์พูลเก็บชัยชนะได้เป็นนัดแรกในลีก
  • 1893 ลิเวอร์พูลลงเล่นเกมแรกในเกมลีก
  • 1894 ลิเวอร์พูลได้เลื่อนชั้นในการเล่นเพียงฤดูกาลแรก
  • 1896 ลิเวอร์พูลทำสถิติในลีก
  • 1896 ลิเวอร์พูลแต่งตั้งทอม วัตสัน เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่
Timeline image

  • 1901 ลิเวอร์พูลได้ครองแชมป์ลีกเป็นครั้งแรก
  • 1906 แชมป์ลีกกลับมายังแอนฟิลด์อีกครั้ง
Timeline image

  • 1914 ลิเวอร์พูลเข้ารอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ เป็นครั้งแรก
Timeline image

  • 1922 ลิเวอร์พูลได้แชมป์ลีกเป็นครั้งที่สาม
  • 1923 ลิเวอร์พูลได้แชมป์ลีกติดต่อกันสองปี
  • 1928 สแตนด์ฝั่งเดอะ ค็อป ถูกติดตั้งหลังคาเป็นครั้งแรก
Timeline image

  • 1938 บาล์มเมอร์ ทำสถิติยิงประตูได้รวดเร็วที่สุดให้ลิเวอร์พูล
Timeline image

  • 1946 สตับบินส์ เซ็นสัญญาเป็นนักเตะลิเวอร์พูลด้วยค่าตัวที่สูงที่สุด
  • 1946 บาล์มเมอร์ ทำสถิติใหม่ให้กับลิเวอร์พูลด้วยการทำแฮตทริกได้ถึงสามนัดติดต่อกัน
  • 1947 ลิเวอร์พูลได้แชมป์ลีกเป็นทีมแรกหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองจบลง
Timeline image

  • 1950 ลิเวอร์พูลพ่ายแพ้ในนัดชิงเอฟเอ คัพ
  • 1952 แอนฟิลด์ทำสถิติใหม่ ด้วยจำนวนผู้เข้าชมมากที่สุด
  • 1954 ลิเวอร์พูลตกชั้นจากลีกสูงสุด
  • 1954 ลิเวอร์พูลทำสถิติพ่ายแพ้ยับเยิน
  • 1959 ทำผลงานได้ย่ำแย่ในการเจอกับทีมวูสเตอร์
  • 1959 แชงค์ลีย์ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล
Timeline image

  • 1961 ลิเวอร์พูลสร้างสถิติการซื้อขายผู้เล่นอีกครั้ง
  • 1962 ลิเวอร์พูลได้เลื่อนขึ้นจากดิวิชั่นสอง
  • 1964 ลิเวอร์พูลฉลองแชมป์ที่หกของสโมสร
  • 1964 ลิเวอร์พูลครองแชมป์แชริตี ชิลด์ ร่วมกับเวสต์แฮม
  • 1964 ลิเวอร์พูลลงเล่นในถ้วยยูโรเปียนเป็นครั้งแรก
  • 1964 ลิเวอร์พูลใส่ชุดแข่งสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์เป็นครั้งแรก
  • 1965 ลิเวอร์พูลได้แชมป์บอลถ้วยเป็นครั้งแรก ในรอบ 73 ปี
  • 1965 ลิเวอร์พูลครองแชมป์แชริตี ชิลด์ ร่วมกับแมนฯ ยูไนเต็ด
  • 1966 ลิเวอร์พูลได้แชมป์ลีกอีกครั้งหลังเอาชนะเชลซี
  • 1966 ลิเวอร์พูลพ่ายในนัดชิงชนะเลิศรายการยุโรปเป็นครั้งแรก
  • 1966 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ชาริตี ชิลด์ ได้สำเร็จ
Timeline image

  • 1973 ลิเวอร์พูลได้แชมป์ลีกเป็นสมัยที่ 8
  • 1973 ลิเวอร์พูลคว้าถ้วยยุโรปได้เป็นถ้วยแรก นั่นคือรายการยูฟ่าคัพ
  • 1974 ถ้วยเอฟเอ คัพ กลับมายังแอนฟิลด์อีกครั้ง
  • 1974 แชงค์ลีย์ลาออกจากการเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล
  • 1974 เพลสลีย์ รับตำแหน่งผู้จัดการทีมคนใหม่ของลิเวอร์พูล
  • 1974 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์แชริตี ชิลด์ จากการดวลจุดโทษ
  • 1974 ลิเวอร์พูลถล่มคู่แข่ง 11 ประตู
  • 1976 ลิเวอร์พูลรักษาแชมป์ลีก สมัยที่ 9 ไว้ได้ ที่สนามโมลิเนอซ์
  • 1976 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ ได้เป็นครั้งที่สอง
  • 1976 ลิเวอร์พูลเอาชนะนักบุญ คว้าแชมป์แชริตี ชิลด์
  • 1977 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีก สมัยที่ 10
  • 1977 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูโรเปียน คัพ ที่โรม
  • 1977 เคนนี ดัลกลิช เซ็นสัญญาเป็นนักเตะลิเวอร์พูล โดยย้ายมาจากทีมเซลติก
  • 1977ลิเวอร์พูลครองแชมป์แชริตี ชิลด์ ร่วมกับแมนฯ ยูไนเต็ด
  • 1977 ลิเวอร์พูลยิง 6 ประตู ในนัดที่คว้าแชมป์รายการซูเปอร์ คัพ
  • 1978 ลิเวอร์พูลผิดหวังในเกมลีกคัพ นัดรีเพลย์
  • 1978 ลิเวอร์พูลคว้าชัยที่เวมบลีย์ หลังเอาชนะบรูกส์
  • 1979 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีก หลังเอาชนะวิลลา
  • 1979 ลิเวอร์พูลเอาชนะอาร์เซนอลในเกมชาริตี ชิลด์
Timeline image

  • 1980 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 12
  • 1981 แชมป์แชริตี ชิลด์ กลับมายังแอนฟิลด์อีกครั้ง
  • 1981 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีก คัพ
  • 1982 เคนเนดีเป็นฮีโร่ช่วยให้ลิเวอร์พูลเอาชนะมาดริด
  • 1982 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีก คัพ หลังเอาชนะสเปอร์ส
  • 1982 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 13
  • 1983 ลิเวอร์พูลครองแชมป์แชริตี ชิลด์ อีกครั้ง
  • 1983 เพสลีย์คุมทีมคว้าแชมป์ลีก คัพ หลังเอาชนะแมนฯ ยูไนเต็ด
  • 1984 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีก สมัยที่ 14 พร้อมการอำลาทีมของเพสลีย์
  • 1984 ลิเวอร์พูลเริงร่าคว้าชัยในศึกเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี นัดชิงชนะเลิศลีกคัพ
  • 1984 โจ เฟแกน ได้แชมป์ลีกกับลิเวอร์พูล
  • 1985 เคนเนดี พาทีมคว้าชัยในการดวลจุดโทษนัดชิงชนะเลิศถ้วยยูโรเปียนที่กรุงโรม
  • 1986 เฟแกนอำลาตำแหน่งหลังโศกนาฎกรรมเฮย์เซล
  • 1986 ดัลกลิชพาทีมคว้าดับเบิลแชมป์ที่เวมบลีย์
  • 1988 ลิเวอร์พูลครองแชมป์ชาริตี ชิลด์ ร่วมกับเอฟเวอร์ตัน
  • 1988 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีก สมัยที่ 17 หลังเอาชนะสเปอร์ส
  • 1988 ลิเวอร์พูลผิดหวังพ่ายในเกมนัดชิง
  • 1989 ลิเวอร์พูลของอัลโด้คว้าแชมป์แชริตี ชิลด์
  • 1989 ฮิลล์สโบโรห์ วันที่มืดมนที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ของลิเวอร์พูล
  • 1989 รัชยิงสองประตูช่วยให้ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์บอลถ้วย
  • 1989 ลิเวอร์พูลเสียแชมป์ลีกในวันสุดท้ายของฤดูกาล จากประตูของโธมัส
Timeline image

  • 1990 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีก สมัยที่ 18
  • 1990 ลิเวอร์พูลครองแชมป์แชริตี ชิลด์ ร่วมกับแมนฯ ยูไนเต็ด
  • 1991 เคนนี ดัลกลิช ลาออกจากการเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล
  • 1992 โธมัส และรัช คว้าแชมป์บอลถ้วย ครั้งที่ 5
  • 1992 รัชสร้างสถิติใหม่ในการทำประตูสูงสุด
  • 1994 แฟนๆ ลิเวอร์พูลยืนเชียร์จากฝั่งสแตนด์เดอะ ค็อป เป็นครั้งสุดท้าย
  • 1995 แม็คก้าทำสองประตูให้ทีมลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีกคัพ
  • 1996 โอเว่น และคาร์รา ช่วยให้ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูธ คัพ
  • 1997 โอเว่นทำสถิตินักเตะอายุน้อที่สุดที่ทำประตูให้ลิเวอร์พุล
  • 1998 อุลลิเยร์เข้ารับตำแหน่งผู้จัดการร่วมคู่กับรอย อีแวนส์
Timeline image

  • 2001 ลิเวอร์พูลเอาชนะเบอร์มิงเเฮม คว้าแชมป์ที่คาร์ดิฟฟ์
  • 2001 โอเว่น ทำสองประตูช่วยให้ลิเวอร์พูลเอาชนะอาร์เซน่อลในนัดชิงเอฟเอ คัพ
  • 2001 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูฟ่าได้ที่ดอร์ทมุนด์
  • 2001 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์แชริตี ชิลด์ หลังเอาชนะแมนน ยูไนเต็ด
  • 2001 ถ้วยซูเปอร์คัพ กลับมายังแอนฟิลด์เป็นครั้งที่สอง
  • 2003 เจอร์ราร์ด และโอเว่น ช่วยทีมเอาชนะแมนฯ ยูไนเต็ด ที่คาร์ดิฟฟ์
  • 2004 ราฟา เบนิเตซ มาถึงแอนฟิลด์ในฐานะผู้จัดการทีมคนใหม่
  • 2005 มหัศจรรย์อิสตันบูล
  • 2005 เวอร์พูลเอาชนะซีเอสเค มอสโก คว้าแชมป์ซูเปอร์คัพ
  • 2006 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ซูเปอร์คัพ
  • 2006 ชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ในชัยชนะนัดชิงเอฟเอ คัพ
  • 2006 ลิเวอร์พูลเอาชนะเชลซี คว้าแชมป์แชริตี ชิลด์
  • 2007 ฮิคส์ และจิลเล็ตต์ เข้าซื้อสโมสรลิเวอร์พูล
  • 2007 ทีมเยาวชนคว้าแชมป์ยูธคัพ
  • 2007 ลิเวอร์พูลพ่ายแพ้มิลานในนัดชิงรายการยุโรปที่กรุงเอเธนส์
  • 2007 ลิเวอร์พูลทำลายสถิติเมื่อเซ็นสัญญาคว้าตัวตอร์เรสมาร่วมทีม
Timeline image

  • 2010 เบนิเตซอำลาลิเวอร์พูล
  • 2010 NESV ซื้อกิจการสโมสรลิเวอร์พูล
  • 2011 ลิเวอร์พูลแต่งตั้งฮ็อดจ์สัน
  • 2011 ฮ็อดจ์สันอำลาลิเวอร์พูล และดัลกลิชกลับมาคุมทีมอีกครั้ง
  • 2011 ดัลกลิชเซ็นสัญญาระยะยาว
  • 2012 สิ้นสุดการรอคอย ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีก คัพ
  • 2012 ลิเวอร์พูลประกาศแยกทางกับดัลกลิช
  • 2012 เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล
  • 2014 ลิเวอร์พูลผิดหวังจากการลุ้นแชมป์ลีก แต่ได้กลับไปเล่นแชมเปียนส์ลีกอีกครั้ง
  • 2015 ลิเวอร์พูลประกาศแยกทางกับร็อดเจอร์ส
  • 2015 เจอร์เก้น คล็อปป์ รับตำแหน่งผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล