ทีมชาติบราซิลคว้าแชมป์ทวีปครั้งล่าสุดในปี 2007 แต่ในฐานะเจ้าภาพในปีนี้พวกเขาอยู่ในกลุ่มทีมเต็งที่จะชูถ้วย ร่วมกับอาร์เจนตินา และอุรุกวัย

เฟอร์มิโน่ และอลิสสัน คู่หูจากทีมหงส์แดงเดินทางไปร่วมทีมของติเต้ในสัปดาห์ที่แล้ว และทั้งคู่ลงเล่นในเกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายของทีมเซเลเซาก่อนเกมเปิดสนามของพวกเขากับโบลิเวียในโกปา อเมริกา ในวันศุกร์นี้

หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับภารกิจในแชมเปียนส์ลีกกับลิเวอร์พูล อลิสสันกลับมายึดมือหนึ่งทีมชาติบราซิลคืนทันที และเฟอร์มิโน่ ลุกจากม้านั่งสำรองทำประตูช่วยให้ทีมชาติของพวกเขาถล่มฮอนดูรัส 7-0 ในปอร์โต้ อัลเลเกร เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านม

ทีมของติเต้จะลงเล่นเกมเปิดหัวโกปา อเมริกา กับโบลิเลีย โดยต้องเดินทาง 1,500 กม. จากชายฝั่งทะเลไปยังซัลวาดอร์ก่อนกลับมาลงเล่นเกมสุดท้ายของกลุ่ม เอ กับเปรูในเซาเปาโล

โปรแกรมโกปา อเมริกาของทีมชาติบราซิล (เวลาท้องถิ่น)

  • บราซิล v โบลิเวีย – วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน, 21.30 น. – เอสตาดิโอ โมรุมบี, เซาเปาโล
  • บราซิล v เวเนซุเอลา – วันอังคารที่ 18 มิถุนายน, 21.30 น. – อารีนา ฟอนเต้ โนวา, ซัลวาดอร์
  • เปรู v บราซิล – วันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน, 16.00 น. – อารีนา โครินเธียนส์, เซาเปาโล

อลิสสันชนะ 27 จากการลงเล่น 35 เกม ให้ทีมชาติบราซิลภายใต้การคุมทีมของติเต้ และน่าจะเป็นเลือกหลักในตำแหน่งผู้รักษาประตูเหนือกว่าเอแดร์สันผู้รักษาประตูแมนฯ ซิตี้ ตั้งแต่การแต่งตั้งอดีตโค้ชโครินเธียนส์คุมทีมชาติในเดือนมิถุนายน 2016 ผู้รักษาประตูวัย 26 ปีลงเล่นให้บราซิลหมดทั้ง 26 เกมในเวิลด์ คัพ 2018 ในรัสเซีย

ขณะที่เฟอร์มิโน่ต้องแย่งตำแหน่งกับกาเบรียล เฮซุสของแมนฯ ซิตี้ ในการลงทำหน้าที่ศูนย์หน้าตัวเป้า และเขาเป็นตัวสำรองทั้ง 4 เกมในฟุตบอลโลกที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามเจ้าของเสื้อเบอร์ 9 ของลิเวอร์พูลสอดแทรกลงเล่นเกมส่วนใหญ่ตั้งแต่รัสเซีย 2018 และสื่อบราซิลคาดว่าเฟอร์มิโน่จะเป็นตัวจริงในโกปา อเมริกา ในขณะที่ทีมเจ้าภาพลุ้นแชมป์สมัยที่ 9

ทัวร์นาเมนต์ในปีนี้จะประกอบด้วยทีมชาติในโซนคอนมีโปล 10 ทีมอย่าง อาร์เจนตินา, โบลิเวีย, บราซิล, ชิลี, โคลอมเบีย, เอกวาดอร์, ปารากวัย, อุรุกวัย และเวเนซุเอลา รวมกับสองทีมรับเชิญอย่างญี่ปุ่น และกาตาร์เจ้าภาพฟุตบอลโลก 2020

การแข่งขันจะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม โดยแชมป์ และรองแชมป์กลุ่มจะผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย รวมถึงอีก 2 ทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดจาก 2 กลุ่ม

นัดชิงชนะเลิศจะลงเล่นที่มาราคานา ในวันที่ 7 กรกฎาคม

ชิลีทีมแชมป์เก่าที่เอาชนะอาร์เจนตินาหลังการดวลจุดโทษในปี 2016 รวมกับแชมป์สมัยแรกในปี 2015 ขณะที่อุรุกวัยเป็นชาติที่ประสบความสำเร็จในรายการนี้ที่ 15 สมัย