จาก เมลวู้ด สู่ เคิร์คบี้ : การบอกลาเพื่ออนาคต

ถ้าถามว่าสถานที่แห่งไหนที่แฟนบอล ลิเวอร์พูล อยากไปเยือนมากที่สุดแล้วล่ะก็ เชื่อได้ว่าอันดับ 1 ในใจของหลายๆ คนก็คงจะต้องเป็น แอนฟิลด์ สนามเหย้าของทีมรักของพวกเขา โดยนอกจากที่นั่นจะเป็นบ้านของ “หงส์แดง” แล้วนั้น มันยังมีจุดสำคัญอย่างอนุสรณ์สถานที่เป็นการรำลึกถึงศกนาฏกรรมฮิลส์โบโร่ด้วย

อย่างไรก็ตาม มันยังมีอีกสถานที่แห่งหนึ่งที่โด่งดังและเป็นที่สำคัญอย่างมากของ ลิเวอร์พูล จนบรรดา “เดอะ ค็อป” หลายคนอยากไปเยือน นั่นคือ เมลวู้ด สนามซ้อมของทีม โดย ลิเวอร์พูล ใช้ที่ดังกล่าวเป็นสนามซ้อมมาเป็นเวลามากกว่า 60 ปีด้วยกัน

   ถึงกระนั้น สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าวก็มาถึงตอนอวสาน หลังจากที่ ลิเวอร์พูล ประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่าพวกเขาได้ขายพื้นที่ของ เมลวู้ด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมันจะมีผลก็ต่อเมื่อสนามซ้อมแห่งใหม่ที่ เคิร์คบี้ สร้างเสร็จ ซึ่งตามกำหนดการแล้วก็จะเป็นในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า และแน่นอนว่าการที่ เมลวู้ด กำลังจะมาถึงตอนอวสาน มันทำให้แฟนบอล ลิเวอร์พูล หลายคนเสียใจมากๆ

เมลวู้ด ถูก ลิเวอร์พูล ซื้อไปครอบครองในระหว่างช่วงช่วงปลายของสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและจุดเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่สอง โดยแรกเริ่มเดิมทีพื้นที่ของ เมลวู้ด ถูกใช้เป็นที่ตั้งของอัฒจันทร์สำหรับกีฬาคริกเก็ต ซึ่งหลังจากนั้นมันไม่มีอะไรที่่น่าพูดถึงเกี่ยวกับ เมลวู้ด เท่าไหร่ แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อ บิลล์ แชงค์ลี่ย์ เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมของ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 1959

มันเป็นที่รกร้างที่เละตุ้มเป๊ะ สนามส่วนหนึ่งดูเหมือนว่าโดนระเบิดหล่นใส่ ผมถึงขั้นถามคนรู้จักเลยว่า -นี่พวกเยอรมันบุกมาที่นี่งั้นเหรอ ?-” คือส่วนหนึ่งที่ แชงค์ลี่ย์ พูดถึง เมลวู้ด ในตอนที่เขาแวะไปยังที่นั่น โดยเขาเปิดเผยถึงคำพูดนั้นใน “My Story” หนังสืออัตชีวประวัติของตัวเอง

แชงค์ลี่ย์ ไม่รอช้า เขารีบทำการบูรณะ เมลวู้ด อย่างเร่งด่วน เพื่อทำให้มันเป็นสนามซ้อมที่ทันสมัย เขาถึงขั้นสั่งให้ทำส่วนหนึ่งของสนามซ้อมให้เป็นสนามสำหรับการแบ่งทีมเล่นแบบ 5 ต่อ 5 เพื่อให้ทีมเล่นตามปรัชญาของเขาได้ด้วย โดยปรัชญาที่ว่าก็คือการจ่ายบอลและเคลื่อนที่ต่อ รวมถึงการเล่นให้ง่ายๆ เข้าไว้

ผลลัพธ์จากการทำให้ เมลวู้ด เป็นสนามซ้อมที่ทันสมัยคือการที่ ลิเวอร์พูล ได้แชมป์ลีกสูงสุดของประเทศในฤดูกาล 1965-66 ทั้งที่ตอนที่ แชงค์ลี่ย์ เข้ามาคุมทีม “หงส์แดง” ยังอยู่ในลีกระดับดิวิชั่นสองอยู่เลย โดยพวกเขาได้แชมป์ไปครองในสภาพที่ใช้นักเตะเพียงแค่ 14 คน แถมในจำนวนนั้นก็มี 2 รายที่ลงเล่นแค่ไม่กี่นัด ซึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้ ลิเวอร์พูล ได้แชมป์ไปครองทั้งที่ใช้นักเตะแค่ไม่กี่คนมันก็เป็นเพราะสนามซ้อมของพวกเขาทันสมัยจนทำให้แทบไม่มีใครได้รับบาดเจ็บเลยนั่นเอง

ขณะที่ในช่วงเดือนมกราคม ปี 2001 ลิเวอร์พูล ก็ทำการปรับปรุง เมลวู้ด ครั้งใหญ่ โดยที่มี เชราร์ อุลลิเย่ร์ ผู้จัดการทีมในตอนนั้นเป็นคนผลักดันให้เกิดการทำอย่างนั้น แถม  ยังร่วมออกแบบเองเลย

อนิจจา ทุกอย่างมีกำหนดเวลาของมัน เมลวู้ด เองก็เป็นอย่างนั้น สภาพปัจจุบันของ เมลวู้ด มันไม่ดีพอที่จะช่วยพัฒนา ลิเวอร์พูล ได้อย่างเต็มที่ จากการที่มีพื้นที่น้อยเกินไป แถมยังติดปัญหาเรื่องที่ว่าถ้าจะเรียกนักเตะเยาวชนมาซ้อมกับทีมชุดใหญ่แบบกะทันหันมันก็ต้องใช้เวลานานด้วย เพราะเมื่อปี 1998 มันมีการสร้างอะคาเดมี่ของ ลิเวอร์พูล ขึ้นที่ย่านเคิร์คบี้ และเหล่าแข้งเยาวชนก็ต้องไปซ้อมที่นั่น ต่างกับทีมชุดใหญ่ที่ยังซ้อมกันที่ เมลวู้ด เหมือนเดิม

เรื่องดังกล่าวทำให้ เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป กลุ่มทุนที่เข้ามาเทคโอเวอร์ ลิเวอร์พูล ประกาศแผนการสร้างสนามซ้อมแห่งใหม่สำหรับทีมชุดใหญ่ที่ย่านเคิร์คบี้เมื่อปี 2017 ก่อนที่จะเริ่มทำการก่อสร้างกันในปีต่อมา โดยโปรเจกต์นี้ใช้งบ 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,050 ล้านบาท) และเหล่าทีมชุดใหญ่ของ ลิเวอร์พูล ก็จะได้ใช้สนามซ้อมแห่งใหม่นี้ในฤดูกาล 2020-21

ทั้งนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล เห็นดีเห็นงามกับแผนนี้อย่างเต็มที่ เพราะการให้ทีมชุดใหญ่กับชุดเยาวชนซ้อมในที่เดียวกันมันจะเป็นประโยชน์ต่อเขามากๆ เนื่องจาก คล็อปป์ เป็นพวกชอบใช้งานแข้งเยาวชนของทีมอยู่แล้ว

สำหรับความคืบหน้าโดยรวมของการก่อสร้างนั้น จนถึงตอนนี้มีการใช้หินไปแล้วปริมาณ 30,000 ตัน และเทคอนกรีตไปแล้วราว 2,300 ลูกบาศก์เมตร เพื่อสร้างฐานของศูนย์ฝึกซ้อม, สระว่ายน้ำ, สระสำหรับการรักษาด้วยน้ำ, ที่จอดรถ, ทางเดิน, สนามซ้อม และชั้นแรกของศูนย์ฝึก

ขณะที่ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการวางอิฐในภายนอก, เพิ่มเติมรายละเอียดเข้าไป เพื่อทำให้ “บ้าน” หลังใหม่อีก 1 หลังของ ลิเวอร์พูล ดูสวยงามขึ้น ซึ่งศูนย์ฝึกแห่งนี้จะกินพื้นที่โดยรวม 9,200 ตารางเมตร แถมจะยังมีสิ่งก่อสร้างสุดทันสมัยหลายอย่าง อาทิเช่น, โรงยิม 2 แห่ง, ฮอลล์กีฬาขนาดใหญ่, ศูนย์บำบัด และสนามแห่งใหม่ ฯลฯ ขณะเดียวกันมันก็จะมีการทำที่กั้นเพื่อทำให้ลมไม่ส่งผลกระทบกับการซ้อมมากนักด้วย

ทั้งหมดนี้ทำขึ้นด้วยจุดประสงค์ที่ว่ามันจะทำให้ ลิเวอร์พูล มีผลงานดีขึ้น และก้าวขึ้นไปอีกระดับ แน่นอนว่าการต้องบอกลา เมลวู้ด ที่มีอายุมายาวนานถือเป็นเรื่องน่าเศร้า แต่มันคือมาตรการที่จำเป็นในการพาทีมเดินไปข้างหน้า และไม่แน่ว่าการเริ่มต้นที่ เคิร์คบี้ ก็อาจจะส่งผลดีกับทีมเป็นระยะเวลานาน เหมือนตอนที่ แชงค์ลี่ย์ เริ่มต้นกับ เมลวู้ด ก็ได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *