7 ปีตั้งแต่อำลาแอนฟิลด์ นักเตะชาวบราซิลกลับมายังเมอร์ซีย์ไซด์เพื่อชมทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ รักษาสถิติชนะรวด 100 เปอร์เซ็นต์ในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลใหม่เหนืออาร์เซนอล หลังจากเพิ่งคว้าแชมป์ยูฟา ซูเปอร์ คัพ ตามหลังจากแชมป์ยูฟา แชมเปียนส์ลีกในมาดริดในเดือนมิถุนายน

และเขาได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศภายในอัฒจันทร์เมน สแตนด์ ที่แอนฟิลด์ที่มีการขยายออกไปตั้งแต่ช่วงที่เขาเคยอยู่ที่นี่ และเขาสังเกตถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปภายในสโมสร

“มันเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์ มันคือประสบการณ์ใหม่อย่างสิ้นเชิงในตอนนี้หลังจากการเปลี่ยนแปลง (ของสเตเดียม)” อดีตนักเตะวัย 39 ปีกล่าวกับ Liverpoolfc.com

“ผมมาเที่ยวที่นี่ในปี 2014 แต่มันเป็นเดือนกรกฎาคมที่ไม่มีเกม ไม่มีฟุตบอล มันน่าเสียดายนิดหน่อย เพราะว่าอยากจะกลับไปที่แอนฟิลด์”

“แต่ตอนนี้ผมมีโอกาสสำหรับเกมใหญ่ ผมได้ดูความแตกต่างโดยรอบว่ามันเป็นอย่างไร และลิเวอร์พูลกลายเป็นทีมที่ใหญ่ขึ้นขนาดไหน มันใหญ่มากแล้ว แต่ตอนนี้คุณจะเห็นว่าพวกเขาเติบโตขึ้นแค่ไหน กับถ้วยรางวัล และ (วิธี) การเล่นของทีม”

“มันเป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่ได้กลับมา และสัมผัสถึงบรรยากาศที่ดีมากที่นี่”

กับนักเตะอีก 17 คนในทีมลิเวอร์พูลที่ออเรลิโอลงเล่นเกมสุดท้ายกับฟูแลมในเดือนพฤษภาคม 2012 เหลือเพียงจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่ยังอยู่กับสโมสร และมีการเปลี่ยนแปลงไประหว่างช่วงเวลาดังกล่าวเช่นกันเมื่อเจ้าของเสื้อเบอร์ 14 ได้ชูถ้วยยูโรเปียน คัพ สมัยที่ 6

“เขาตอบสนองกับความคาดหวังจากทุกคนในสโมสร” ออเรลิโอกล่าวถึงอดีตเพื่อนร่วมทีม

“ผมจำได้ตอนที่เขาย้ายมา มันเป็นแบบการสนับสนุนจาก (สตีเวน) เจอร์ราร์ด และการขึ้นมาแทนเขาในอนาคต เขาทำงานได้ดี และสมบูรณ์แบบในสิ่งที่ทุกๆ คนคาดหวังจากเขา เขามีอะไรต้องทำอีกมาก ผมแน่ใจในเรื่องนี้”

ออเรลิโอเป็นนักเตะบราซิลคนแรกที่เซ็นสัญญากับลิเวอร์พูลตอนที่เขาย้ายมาร่วมทีมในปี 2006 แต่หลังจากนั้นมีเพื่อนร่วมชาติตามมาอีกหลายคน โดยเฉพาะอย่างอลิสสัน เบ็คเกอร์, ฟาบินโญ่ และโรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ที่ตอนนี้กำลังทำผลงานได้ดี ซึ่งไม่น่าแปลกใจที่เขาจับตามองนักเตะเหล่านี้อย่างใกล้ชิด

“ผมติดตามทางทีวีมาตลอด เกือบทุกเกมถ่ายทอดสดในบราซิล” เขากล่าวเสริม

“มันเป็นเรื่องที่ดีที่ได้เป็นคนแรก (นักเตะบราซิลกับสโมสร) และเปิดประตูนั้น ผมมีความสุขที่นักเตะบราซิลส่วนใหญ่ที่ย้ายมาหลังจากผมทำได้ดีกว่าผมมาก! นั่นเป็นเรื่องที่ดีเช่นเดียวกัน”

“ผมมักจะติดตามพวกเขา  และให้กำลังใจลิเวอร์พูลในฐานะแฟนตัวยงเมื่อกลับไปที่บราซิล”